ถาม – ตอบ เกี่ยวกับ การผ่าตัดแบบแบนดิ้ง หรือ การผ่าตัดแล็ปแบน หรือ การผ่าตัดรัดกระเพาะ (Gastric Banding) หรือ (LAPBAND) หรือ (Swedish Banding) 

คำถาม : ภาวะโรคอ้วนคืออะไร?

คำตอบ : ภาวะที่มีน้ำหนักเกินกว่า 50%ของเกณฑ์น้ำหนักมาตรฐาน หรือมีค่า BMIมากกว่า 40 หรือมีค่า BMIมากกว่า 35และมีโรคที่เกิดจากภาวะโรคอ้วนที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นต้น 

คำถาม : การผ่าตัดแบบแบนดิ้งมีหลักการอย่างไร?

คำตอบ : การผ่าตัดแบบแบนดิ้ง เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนไข้ปรับเปลี่ยนนิสัยการกินอาหาร  ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยและรู้สึกอิ่มเร็ว  หลักการคือลดขนาดของกระเพาะอาหาร  และเพิ่มระยะเวลาที่อาหารเดินทางในระบบย่อยอาหารให้นานขึ้น โดยคนไข้จะรู้สึกอิ่มเร็วหลังจากทานอาหารมื้อย่อยๆ 

โทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
วันนี้ที่ :

02-661-2242
lbs.intl@gmail.com


คลิคที่นี้
เพื่อนัดพบศัลยเเพทย์


คำถาม
: ตำแหน่งของกระเปาะที่จะใช้เข็มฉีดน้ำเกลือเข้าไปบีบรัดเข็ดขัดที่ส่วนต้นของกระเพาะอยู่ที่ใด?

คำตอบ : กระเปาะจะถูกฝังอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง  

คำถาม : จะปรับขนาดเข็มขัดรัดกระเพาะส่วนต้นได้อย่างไร?

คำตอบ : การปรับขนาดเข็มขัดรัดกระเพาะจะทำโดยการใช้เครื่อง x-ray เพื่อระบุตำแหน่งของกระเปาะที่ถูกฝังอยู่ใต้ผิวหนังหน้าท้องอย่างชัดเจน  แล้วใช้เข็มขนาดเล็กแทงผ่านผิวหนัง เพื่มหรือดูดน้ำเกลือจากกระเปาะ  โดยอาจฉีดยาชาเพื่อลดความเจ็บปวดได้ ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น  คนไข้ของเราส่วนใหญ่รู้สึกว่าไม่เจ็บปวดเลยในขั้นตอนการปรับขนาดสายรัดนี้ 

คำถาม : สามารถเอาเข็มขัดรัดกระเพาะและอุปกรณ์ต่างๆออกได้หรือไม่

คำตอบ : ทำได้ หากเอาออกโดยการผ่าตัดผ่านกล้อง  แต่ขนาดกระเพาะของคนไข้จะกลับมามีขนาดใหญ่เท่าเดิม  อีกทั้งคนไข้จะกลับมามีน้ำหนักตัวเท่าเดิม บางรายอาจมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น 

คำถาม : หากเข้ารับการผ่าตัดแบบแบนดิ้งจะลดน้ำหนักได้มากเท่าใด?

คำตอบ : น้ำหนักจะลดลงประมาณ 0.5 -1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ในปีแรก  ในปีถัดมาน้ำหนักจะลดลงอย่างช้าๆ น้ำหนักจะลดลงมากหรือน้อย  ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ  เช่น  ความมุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนักของคนไข้  หากมีวินัยในการรับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  ก็จะลดน้ำหนักได้เร็ว 

คำถาม : หลังผ่าตัด น้ำหนักจะลดลงทันทีหรือไม่?

คำถาม : คนไข้ควรลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป  การผ่าตัดแบบแบนดิ้งเป็นการผ่าตัดที่ช่วยให้คนไข้ปรับเปลี่ยนนิสัยการกินอาหาร  ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยและรู้สึกอิ่มเร็ว  การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ 

คำถาม : การผ่าตัดแบบแบนดิ้ง มีความปลอดภัยหรือไม่?

คำถาม : การผ่าตัดทุกชนิดนั้นมีความเสี่ยง  คนไข้ของเรานั้นมักมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว  ซึ่งปัญหาสุขภาพที่มีอยู่ก่อนแล้วนั้นอาจเพิ่มอัตราเสี่ยงให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างผ่าตัดได้  อย่างไรก็ตาม  ทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสได้มีมาตรการเพื่อที่จะป้องกันและจัดการกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิคขึ้นได้  หากคนไข้รู้สึกไม่มั่นใจหรือยังมีข้อสงสัย ทางทีมศัลยแพทย์ก็จะยังไม่ทำการผ่าตัดให้จนกว่าคนไข้จะรู้สึกพร้อมและมั่นใจ

คำถาม : หากน้ำหนักลดลงมาก ควรทำศัลยกรรม เพื่อตัดเอาผิวหนังส่วนเกินออกหรือไม่?

คำตอบ : คนไข้ส่วนใหญ่อาจพบปัญหาผิวหนังหย่อนยานหลังจากการลดน้ำหนักมากๆ  หากต้องการทำศัลยกรรมคนไข้ควรรอ 1-2 ปี หลังจากการผ่าตัดลดน้ำหนัก  

คำถาม : ราคาของการผ่าตัดแบบแบนดื้ง อยู่ที่เท่าใด?

คำตอบ : ราคาของการผ่าตัด อาจมีราคาแตกต่างกันออกไปในแต่ละราย  ราคาของเข็มขัดสายรัดและอุปกรณ์ในการผ่าตัดแบนดิ้งนั้นสูงมาก  อย่างไรก็ตามราคาของการผ่าตัดลดน้ำหนักกับทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสอินเตอร์เนชั่นแนลนั้น  มีราคาเพียง 1 ใน 3 ของราคาของการผ่าตัดลดน้ำหนักในต่างประเทศ   คลิ๊กที่นี่เพื่อติดต่อสอบถาม 

คำถาม : หลังการผ่าตัดแบบแบนดิ้งจะต้องพักฟื้นนานเท่าไร?

คำตอบ : ปกติคนไข้ผ่าตัดแบนดิ้งในต่างประเทศจะใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลน้อยกว่า 24ชั่วโมง   แต่ทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสในประเทศไทยจะให้คนไข้พักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืนเพื่อความสะดวกสบายของคนไข้ คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานได้หลังการผ่าตัด1สัปดาห์ และจะเริ่มออกกำลังกายได้หลังจากนั้น 1 เดือน   หากมีภาวะแทรกซ้อนระยะเวลาในการพักฟื้นก็จะนานขึ้น 

คำถาม : จะมีอาการป่วยหลังการผ่าตัดแบนดิ้งหรือไม่?

คำตอบ : โดยทั่วไปคนไข้อาจรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ผอืดผะอม หากเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดหรือรับประทานอาหารผิดประเภทแต่บางกรณีอาจหมายถึงอุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปในร่างกายมีปัญหา

!!ติดต่อเราทันที!!

ควรหลีกเลี่ยงการอาเจียน เพราะการอาเจียนจะทำให้กระเพาะอาหารที่ถูกเข็มขัดรัดไว้ขยายตัว  ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหากระเพาะอาหารฉีกขาดได้ ในบางกรณีหากคนไข้อาเจียนมากๆ คนไข้จะต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง 

คำถาม : หากคนไข้ป่วย ควรปฎิบัติตัวอย่างไร?

คำตอบ : ข้อดีของการทำการทำผ่าตัดแบบแบนดิ้ง คือ สามารถแก้ไขและเอาอุปกรณ์ออกได้  หากคนไข้ป่วยต้องทานอาหารเพิ่มมากขึ้น ก็สามารถปรับเข็มขัดรัดกระเพาะให้ขยายใหญ่ขึ้นโดยการดูดน้ำเกลือออกไป และ หากคนไข้หายจากอาการป่วยและต้องการกลับมาลดน้ำหนักอีกครั้ง  ก็จะปรับให้เข็มขัดรัดกระเพาะแน่นขึ้นจากเดิมด้วยการฉีดน้ำเกลือเพิ่มเข้าไป  ในกรณีที่เข็มขัดขยายตัวได้น้อยเกินไป ก็สามารถผ่าตัดเอาอุปกรณ์ออกได้ 

คำถาม : คนไข้ต้องมาพบแพทย์บ่อยๆ หลังจากการผ่าตัดแบนดิ้งอีกหรือไม่?

คำตอบ : คนไข้แบนดิ้งต้องมาพบแพทย์เป็นระยะๆเพื่อตรวจร่างกาย โดยทั่วไปจะต้องมาพบแพทย์อาทิตย์ละหนึ่งครั้งหรือสองอาทิตย์ครั้งในเดือนแรก  ทุกๆเดือนในช่วงปีแรก ทุกสามเดือนในปีที่สอง  ทุกหกเดือนในปีที่สาม  การปรับขนาดสายรัดจะมีขึ้นในบ้างครั้งของการมาพบแพทย์ 

คำถาม : อาหารแบบใดที่สามารถรับประทานได้ หลังการผ่าตัด?

คำตอบ : หลังเสร็จจากการผ่าตัดทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสจะให้คนไข้ทานแต่อาหารเหลวเท่านั้นจนกว่าแผลจะหาย  โดยแพทย์จะให้คำแนะนำแก่คนไข้เกี่ยวกับประเภทและปริมาณอาหารที่สามารถรับประทานได้และไม่ควรรับประทาน 

คนไข้บางรายจะทานอาหารที่สามารถแปลงเป็นน้ำตาลแล็คโตสไม่ได้ เช่น อาหารประเภทนมหลังจากแผลหายดีแล้ว คนไข้สามารถทานอาหารได้เกือบทุกชนิดที่ไม่ทำให้ป่วย อย่างไรก็ตามคนไข้ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในปริมาณแต่น้อย  

ควรงดอาหารที่มีแป้งน้ำตาลและไขมันเยอะๆ เช่น น้ำหวาน ขนมหวานทุกชนิด มิลล์เช็ค น้ำปั่น ชาเย็น เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เฟร้นฟราย เป็นต้น เพราะอาหารจำพวกนี้จะทำให้ลดน้ำหนักได้ช้าลง 

คำถาม : สามารถทานอาหารนอกบ้านได้หรือไม่?

คำตอบ : ได้  แต่ควรสั่งในปริมาณสำหรับเด็ก และควรเป็นอาหารจำพวก appetizer ที่ไม่ใช่ของมัน ของทอด อาจจะสลัดผักที่ราดครีมสลัดน้อยๆ หรือราดน้ำสลัดแบบใส ผัดผัก ผักต้ม น้ำพริก ควรรับประทานอาหารอย่างช้าๆเพื่อให้รู้สึกอิ่มพร้อมกับเพื่อนร่วมโต๊ะอาหาร 

คำถาม : สามารถดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอกอฮอล์ได้หรือไม่?

คำตอบ : เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดนั้นมีปริมาณแคลอรี่สูงมาก  ท่านสามารถดื่มไวน์และเครื่องดื่มแอกอออล์สักแก้วหนึ่งในช่วงโอกาศพิเศษ 

คำถาม : จะต้องทานวิตามินเสริมหรือไม่?

คำตอบ : นอกเหนือจากการทานอาหารมื้อเล็กๆให้ครบ 3 มื้อต่อวัน  คนไข้ก็ควรทานวิตามินเสริมเพื่อให้ได้วิตามินและสารอาหารที่ครบถ้วน  การพบแพทย์ในแต่ละครั้งแพทย์ก็จะตรวจว่าคนไข้มีระดับวิตามินบี 12, กรดโฟลิก และธาตุเหล็กเพียงพอหรือไม่ 

คำถาม : ยาชนิดใดที่ควรหลีกเลี่ยง?

คำตอบ : แพทย์จะแนะนำให้คนไข้หลีกเลี่ยงยาประเภท แอสไพริน ยาแก้ปวด ยาบรรเทาอาการปวดตามข้อ (non-steriodal anti-inflammatory) ยาเหล่านี้จะทำให้กระเพาะอาหารระคายเคือง ที่เป็นสาเหตุให้ต้องเอาอุปกรณ์สายรัดกระเพาะออกในภายหลัง  แต่คนไข้สามารถทานยาที่แพทย์สั่งได้ โดยหักให้มีขนาดเล็กลงหรือบดให้ละเอียดแล้วผสมน้ำดื่ม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานยาทุกชนิด 

คำถาม  : สามารถออกกำลังกายแบบใดได้บ้าง?

คำตอบ : หลังจากพ้นช่วงพักฟื้น คนไข้ไม่ควรออกกำลังกายที่ต้องยืดลำตัว ช่วงท้องในช่วง 3 เดือนแรก เช่น แอโรบิก ยืดตัว โยคะ พิลาเต้ เป็นต้น 

คำถาม : จะมีอาการท้องผูกหรือไม่?

คำตอบ : เมื่อคนไข้ทานอาหารจำนวนน้อยลง ก็จะมีไฟเบอร์ลดน้อยลง ทำให้อาจมีอาการท้องผูกได้  หากมีอาการท้องผูกมาก ก็ควรปรึกษาแพทย์  ซึ่งมักแนะนำให้คนไข้ทานยาถ่าย laxative และดื่มน้ำสะอาดเยอะๆประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน 

คำถาม : หลังทำผ่าตัดแบบแบนดิ้ง สามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่?

คำตอบ : หากคนไข้น้ำหลักลดลง ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น เมื่อสุขภาพดีขึ้นประจำเดือนก็จะมาตามปกติ หากคนไข้ตั้งครรภ์แล้วต้องการขยายเข็มขัดรัดกระเพาะให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้นก็สามารถทำได้  เมื่อคลอดบุตรแล้วก็สามารถกลับมาลดน้ำหนักโดยการรัดเข็มขัดสายรัดกระเพาะให้แน่นขึ้นกว่าเดิม 

| เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา | ผ่าตัดบายพาส | ผ่าตัดเเบนดิ้ง |  ลิ้งค์ที่น่าสนใจ | แผนผังเว็บไชค์ |

ค.ศ 2003 ©  แอลบีเอสอินเตอร์เนชั่นแนล
Bangkok Thailand © Laparoscopic Bariatric Specialists International