ถาม – ตอบ เกี่ยวกับ การผ่าตัดแบบบายพาส (Roux-en-Y Gastric Bypass) 

คำถาม : การผ่าตัดแบบบายพาสแบบผ่านกล้องจะใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดนานเท่าใด?

คำตอบ : ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ โดยปกติทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 

คำถาม : ดิฉันต้องการทำการผ่าตัดแบบผ่านกล้อง ไม่ใช่แบบเปิดหน้าท้อง รับประกันได้หรือไม่?

คำตอบ: 99% ของคนไข้ของเรานั้นรับการผ่าตัดแบบผ่านกล้อง ในบางกรณีศัลยแพทย์อาจจะต้องทำการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง 

คำถาม : หากได้รับการผ่าตัดเย็บกระเพาะแบบบายพาสแล้ว สามารถเย็บกระเพาะกลับคืนเดิมได้หรือไม่?

คำตอบ : สามารถทำได้ได้ แต่ไม่แนะนำเพราะจะต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง   

โทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
วันนี้ที่ :

02-661-2242
lbs.intl@gmail.com


คลิคที่นี้
เพื่อนัดพบศัลยเเพทย์


คำถาม
: การผ่าตัดมีอาการแทรกซ้อนอะไรบ้าง?

คำตอบ : การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง อาการแทรกซ้อนที่พบได้ คือ แผลติดเชื้อ อาการลิ่มเลือด และไส้เลื่อน 

คำถาม : อาการใดบ้างที่สามารถพบได้ หลังจากได้รับการผ่าตัดไปแล้ว?

คำตอบ :  8% ของผู้ที่ได้รับการผ่าตัดในช่องท้องทุกชนิด อาจเกิดภาวะลำไส้เล็กอุดตัน  และ หากคนไข้ไม่รับประทานวิตามินรวม วิตามินบี12 แคลเซียม และ ธาตุเหล็ก เสริมตามที่แพทย์แนะนำอาจเกิดภาวะขาดสารอาหารขึ้นได้ ภาวะขาดสารโปรตีนอาจพบได้ แต่ค่อนข้างน้อย 

คำถาม : จะต้องพักที่โรงพยาบาลนานกี่วัน?

คำตอบ : คนไข้ของเราส่วนใหญ่ที่อเมริกาจะพักที่โรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน  และ คนไข้บางคนก็กลับบ้านในตอนเย็นหลังจากเข้าผ่าตัดในตอนเช้า แต่ในประเทศไทยเราให้คนไข้พักที่โรงพยาบาลประมาณ 2-3 วัน 

คำถาม :  ทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสอินเตอร์เนชั่นแนลทำการผ่าตัดลดน้ำหนักแบบใดบ้าง?

คำตอบ : ทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสมักแนะนำการผ่าตัดแบบบายพาส (Roux-en-Y Gastric Bypass)มากกว่าแบบอื่น เพราะเห็นผลเร็วและถาวร  แต่ทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสก็พร้อมเสนอการผ่าตัดลดน้ำหนักแบบแบนดิ้ง (Adjustable Gastric Banding) ให้กับคนไข้บางราย  ที่ไม่สามารถทำเข้ารับการผ่าตัดแบบบายพาสได้  

คำถาม : สุขภาพจะดีขึ้นหรือไม่?

คำตอบ : โรคอ้วนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่างและอาจถึงแก่ชีวิตได้หากไม่รักษา หลังจากการผ่าตัดลดน้ำหนัก คนไข้ของเราหลายรายที่หายจากโรคที่เกิดจากโรคอ้วน เช่น โรคข้อกระดูกเสื่อม โรคปวดหลัง  โรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหายใจขัดในขณะนอนหลับและโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น อีกทั้งเมื่อน้ำหนักลดคนไข้สามารถหยุดทานยาสำหรับโรคความดันโลหิตสูงและยาสำหรับโรคเบาหวานชนิดที่สองได้

คำถาม ดิฉันสามารถตั้งครรภ์ หลังจากเข้ารับการผ่าตัดได้หรือไม่?

คำตอบ : สามารถตั้งครรภ์ได้  แต่ ควรรอให้ลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุดก่อน โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี เพราะเมื่อน้ำหนักลดลงก็ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงขึ้น 

คำถาม : อาการ “ดัมปิ้ง” Dumping คืออะไร?

คำตอบ : ภาวะ”ดัมปิ้ง”มีสาเหตุมาจากการที่กระเพาะอาหารมีความจุนอยลง และรูเปดจากกระเพาะอาหารไปลําไสมีขนาดใหญขึ้น เมื่อรางกายไดรับอาหารที่มีความเขมขนของน้ำตาลและไขมันสูง และ มีการไหลผานลงสูลําไสเล็กโดยเร็ว ทําใหมีการดูดซึมน้ำจากหลอดเลือดในลําไสเล็กเขามามาก เปนผลทําใหปริมาณน้ำในระบบไหลเวียนลดลง ทําใหเกิดอาการตางๆ เชน ทองอืด คลื่นไส อาเจียน เหงื่อออก ชีพจรเตนเร็ว ใจสั่น  

คำถาม : ภาวะ Dumping จะเกิดกับข้าพเจ้าหรือไม่?

คำตอบ : ภาวะ Dumping จะเกิดขึ้น หากท่านรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันหลังจากการผ่าตัด วิธีที่ดีที่สุด คือ ควรรับประทานอาหารตามที่แพทย์แนะนำ  คนไข้ส่วนใหญ่ จะเรียนรู้เรื่องนี้อย่างรวดเร็ว 

คำถาม : ต้องรับประทานวิตามินเสริมนานเท่าไร?

คำตอบ : ควรรับประทานวิตามินเสริมตลอดชีวิต เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร เมื่ออายุมากขึ้นคนไข้ที่เคยผ่าตัดลดน้ำหนักขึ้นอาจเกิดภาวะขาดสารอาหารได้ หากไม่รับประทานวิตามินเสริม 

คำถาม : หลังการผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารได้มากเท่าใด?

คำตอบ : หลังการผ่าตัด กระเปาะกระเพาะอาหารใหม่จะมีขนาดเล็กมาก หากรับประทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะอย่างช้าๆ อาหารก็จะสามารถลอดผ่านกระเพาะอาหารขนาดใหม่ได้ ในช่วงแรกคนไข้จะทานได้แค่ประมาณ 1-3 คำ เมื่อเวลาผ่านไปขนาดกระเพาะอาหารจะขยายใหญ่ขึ้นทำให้ทานอาหารได้มากขึ้นประมาณ 1 จานเล็ก ควรฝึกนิสัยการเลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้อง 

คำถาม : หลังการผ่าตัด อาหารและยาชนิดใดบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง?

คำตอบ : หลังการผ่าตัด ยาแบบเม็ดทุกชนิดควรบดให้เป็นผงละเอียด ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันที่จะก่อให้เกิดอาการ “ดัมปิ้ง” Dumping 

คำถาม : จะป้องกันกระเพาะอาหารขนาดใหม่ ไม่ให้ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร?

คำตอบ : หยุดรับประทานอาหารทันที หากรู้สึกอิ่ม 

คำถาม : การผ่าตัดจะทำให้ ภาวะดูดซึมยาลดลงหรือไม่?

คำตอบ : ไม่ แต่อาจจะสำหรับยาบางชนิด ดังนั้นควรตรวจเลือดหลังจากการเข้ารับการผ่าตัด 

คำถาม : หลังผ่าตัด จะกลับไปทำงาน ออกกำลังกาย และ ขับรถได้เมื่อไร?

คำตอบ : ทีมศัลยแพทย์แอลบีเอส แนะนำการออกกำลังกายโดยการเดินและยกน้ำหนักเบาๆทันทีหลังเข้ารับการผ่าตัด คนไข้จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ใน 2-3 สัปดาห์หลังจากเข้ารับการผ่าตัด 

คำตอบ : จะรับประทานอาหารปริมาณ”ปกติ”ได้หรือไม่?

คำตอบ : คนไข้สามารถทานอาหาร”ปกติ” แต่ในปริมาณ 1 จานเล็กๆได้ ผู้เป็นโรคอ้วนส่วนใหญ่มักชินกับการทานอาหารที่มีแคลอรี่สูงและในปริมาณเกิน”ปกติ”กว่าคนทั่วไป ดังนั้นหลังการผ่าตัด คนไข้ควรปรับนิสัยการกินเสียใหม่โดยเลือกทานอาหารที่มีแคลอรี่น้อยกว่าความต้องการของคนน้ำหนักตัวปกติ การทานอาหารชิ้นเล็กๆแต่มีแคลอรี่สูงจะทำให้น้ำหนักตัวของท่านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 

คำถาม : หลังการผ่าตัด สามารถออกกำลังกายแบบใดได้บ้าง?

คำตอบ : ทีมศัลยแพทย์แอลบีเอส สนับสนุนให้คนไข้ออกกำลังกายทุกครั้งและมากครั้งเท่าที่จะทำได้ โดยเน้นการเดินเยอะๆ การเดินขึ้นบันไดแทนที่การขึ้นลิฟท์  และหมั่นออกกำลังกายที่ฟิตเนส 2-4 ครั้งต่อสัปดาห์ การเล่นเวทเป็นการออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนักที่เห็นผลเร็ว 

คำถาม : หากน้ำหนักลดจนเป็นที่พอใจแล้ว จะต้องเข้ารับศัลยกรรม ”ยกร่าง“ เพื่อตัดเอาผิวหนังส่วนเกินออกหรือไม่?

คำตอบ : คนไข้ของเราบางรายมีความสุขกับลุดใหม่ของตัวเอง และไม่ชอบผิวหนังหย่อนยานที่เกิดหลังจากการลดน้ำหนักมากๆ จึงกลับมาทำศัลยกรรม”ยกร่าง” ตัดผิวหนังส่วนเกินออก กับทีมศัลยแพทย์ความงามที่มีชื่อเสียงที่เป็นพันธมิตร ของทีมศัลยแพทย์แอลบีเอส  ปัญหาผิวหนังหย่อนยานหลังจากการลดน้ำหนักจะเกิดขึ้นมากน้อย ขึ้นอยู่กับอายุ (อายุมากผิวหนังจะมีความยืดหยุ่นน้อย) และ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำหนักที่ลดลง (น้ำหนักลดลงมาก ผิวหนังส่วนเกินจะมากขึ้น

คำถาม : อะไรคือสาเหตุที่ทำให้บางคนกลับมาอ้วนอีก?

คำตอบ : ทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสจะเน้นย้ำกับคนไข้ของเราเสมอว่า การเข้ารับผ่าตัดลดน้ำหนักนั้น เป็น “lifetime project” คืโปรเจ็คที่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดตลอดชีวิต หากต้องการผลที่ถาวรตลอดไป  90% ของคนไข้จะไม่กลับไปอ้วนอีก 

คำถาม : การผ่าตัดลดน้ำหนักแบบบายพาสเป็นเทคนิคที่อยู่ในช่วงทดลองผลหรือไม่?

คำตอบ : ไม่ใช่ การผ่าตัดลดน้ำหนักแบบบายพาสได้รับการพิสูจน์มากกว่าแสนครั้งทั่วโลก แล้วว่าเป็นวิธีการลดน้ำหนักของผู้ประสพปัญหาโรคอ้วนที่ได้ผลดีที่สุด 

คำถาม : ทีมศัลยแพทย์แอลบีเอสได้ทำการผ่าตัดลดน้ำหนัก มาแล้วกี่ราย?

คำตอบ : กลุ่มศัลยแพทย์แอลบีเอสได้ทำการผ่าตัดลดน้ำหนักมาแล้วเป็นพันๆรายในต่างประเทศ  อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มทำการผ่าตัดลดน้ำหนักผ่านกล้องเป็นครั้งแรกในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พศ. 2546 มาเป็นจำนวนแล้วไม่ต่ำกว่า 80 ราย หากท่านสนใจคลิคที่นี่เพื่อติดต่อเรา

| เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา | ผ่าตัดบายพาส | ผ่าตัดเเบนดิ้ง |  ลิ้งค์ที่น่าสนใจ | แผนผังเว็บไชค์ |

ค.ศ 2003 ©  แอลบีเอสอินเตอร์เนชั่นแนล
Bangkok Thailand © Laparoscopic Bariatric Specialists International